บทที่ 5 เรื่องราวของพระเอก

บทที่ 5

เรื่องราวของพระเอก

[poo’s part]

สวัสดีครับ ผมคือพระเอกสุดหล่อ เบอร์หนึ่งของวงการไม่ใช่หล่อธรรมดานะครับ หล่อระดับพระเอกอินเตอร์เลยล่ะ ฮ่าๆ ไม่อยากจะโม้ แต่นี่ก็เรื่องจริงนะครับ

ผมเพิ่งไปขึ้นปกนิตยสารที่จีนมาเมื่อหลายเดือนก่อน แถมยังติดอันดับ ที่ 5 ของผู้ชายที่หล่อที่สุดในเอเชียด้วยนะ

ถ้าถามว่าทำไมผมไม่ติดอันดับที่ 1 ไปเลย แล้วทำไมถึงพอใจกับอันดับที่ 5 บอกตามตรงนะครับ ถึงผมจะดูไม่ดีไปบ้างในสายตาคนรอบข้าง ทว่าผมก็ไม่ได้มักมากอะไรกับเรื่องพวกนี้ คิดว่าได้แค่นี้ก็ดีแล้วล่ะครับ

ได้มายื่นในจุดที่ดาราชายหลายๆ คนเฝ้าฝัน และอีกอย่างจุดประสงค์ของผมก็คือการทำให้แฟนๆ มีความสุขกับงานของผม ซึ่งการที่ผมมาไกลได้ขนาดนี้เหล่าแฟนคลับคงจะดีใจกันมากแน่ๆ และถ้าไม่มีพวกเขา วงการนี้ก็คงไม่มีชื่อภูบดี

ผมกำลังทานแพนเค้กแสนอร่อยที่ยายป้าเวอร์จิ้นนั่นทำให้ทาน พร้อมกับท่องบทละครไปด้วย ถามว่าทำไมผมถึงรู้น่ะเหรอ ดูไม่ยากครับ จากท่าทางการตอบสนองเมื่อได้พบเห็นพฤติกรรมอันแพรวพราวของผมไงล่ะ

ยายนั่นคงยังไม่เคยเห็นขนหน้าแข่งของผู้ชายแบบจังๆ เลยสักครั้ง ผมดูแวบแรกก็รู้แล้วครับว่าเธอซิง เพราะผมเจอสาวมาเยอะไง แค่นี้ดูง่ายมาก

อย่าด่าผมว่า หื่น โรคจิต บ้าเซ็กส์ คลั่งหม้อนะครับ นี่ไม่ใช่เรื่องเสียหายของผม แต่ว่ามันคือพรสวรรค์ล้วนๆ ไม่มีใครเก่งเรื่องบนเตียงเท่าผมหรอก ฮ่าๆ

นึกแล้วก็เสียดายแทนยายนั่นจริงๆ อายุยังน้อยแถมสวยด้วย สวยขนาดประกวดนางสาวไทยได้เลยนะ แต่ทำไมหล่อนถึงทำตัวอย่างกับสาวแก่ที่กำลังจะขึ้นคาน เพราะหาสามีไม่ได้ก็ไม่รู้

เจ๊มินนี่บอกว่ายายลูกหมาสอบได้คะแนนดีที่สุดในรุ่น ไม่น่าล่ะถึงอยู่ในสภาพแบบนี้ ใส่แว่นหนามากจนทำให้ไม่สามารถเห็นดวงตาสวยหวานได้ แถมผมหน้าม้าก็หนาจนแทบจะปิดลูกตาตัวเองได้อยู่แล้ว

แต่ว่าผมรู้สึกดีนะที่ได้ยายนี่มาเป็นผู้จัดการส่วนตัว ถึงจะเจอกันแค่วันสองวันก็เถอะ แบบนี้มันก็ทำให้ได้รู้แล้วว่ายายนี่ทำงานคุ้มค่าจ้างมาก ทำเป็นทุกอย่าง ขับรถก็เก่ง ฝีมือทำอาหารก็ดีมาก จัดการคิวงานให้ผมได้ดีไม่แพ้เจ๊มินนี่เลย

มาเสียก็ตรงภาพลักษณ์นี่แหละ แต่ก็นะ พอมานั่งคิดดูอีกทีก็ดีครับ เธอไม่ทำตัวสวยก็ดีแล้ว จะได้ไม่เป็นจุดเด่น เชื่อได้เลยว่าถ้าหากยายนี่สวย หล่อนจะต้องเป็นจุดสนใจมากแน่นอน

ผมไม่ได้เห็นแก่ตัว ไม่ได้กลัวว่าหล่อนจะลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการ ถ้าวันดีคืนดีเกิดไปปิ้งผู้ชายที่ไหนเข้าแล้วอยากสวยขึ้นมาผมก็ไม่ห้าม ดีซะอีกที่สาวแก่ก้าวเท้าลงจากคาน ฮ่าๆ

ยายลูกหมานี่ตลกชะมัดในความคิดของผมนะครับ ไอ้ท่าทางไร้เดียงสานั่น มันทำให้ผมยิ้มได้ตลอดเลย

เพราะแบบนี้แหละผมจึงไม่นิยมนอนกับสาวซิง พวกหล่อนไม่เป็นงานแถมขี้อาย ตัวผมเป็นชายหนุ่มผู้ร้อนรักซะด้วย ไม่อยากมานั่งเสียเวลาเป็นอาจารย์สอนเสียวให้พวกเธอ

ถึงผมจะปากเสียแต่มันก็เป็นความจริงนะ ผมนิยมผู้หญิงไฟแรงน่ะครับ สาวๆ สไตล์ยายลูกหมานั่นไม่ได้อยู่ในสายตาผมสักนิดเดียว ทั้งที่ออกจะสวย ทว่ากลับปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนถึงขั้นเดินผ่านหมายังหอน ฮ่าๆ

ยอมรับครับว่าผมนิสัยไม่ดี แต่ก็มีแค่พวกคุณเท่านั้นที่รู้นะ คนอื่นไม่ค่อยรู้หรอกว่าผมนิสัยยังไง คนที่น่าจะรู้นิสัยผมดีสุดๆ ก็คือเจ๊มินนี่คนเดียวล่ะครับ

เจ๊แกรู้หมดว่าผมเป็นคนยังไง ชอบหรือไม่ชอบอะไร ก็นะเราอยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว ช่วงแรกๆ ที่เข้าวงการ เจ๊เหมือนเป็นพี่สาวผมเลย ดูแลผมดีมาก แทบจะไม่ต้องจ้างผู้จัดการส่วนตัว

อันที่จริงแล้วเจ๊ไม่ใช่ผู้จัดการแบบส่วนตัวเหมือนยายลูกขวัญนะครับ เธอเป็นผู้จัดดาราเหมือนผู้จัดทั่วไปนั่นแหละ ซึ่งก็มีหน้าที่จัดคิวงานให้ดาราในสังกัดเฉยๆ

ช่วงนั้นเราสนิทกันมาก เนื่องจากเจ๊ยังไม่มีดาราในสังกัดเยอะอย่างทุกวันนี้ เรารู้จักกันตอนที่ผมกำลังเรียนการแสดง เจ๊ยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่าไหร่ ดาราในสังกัดที่ดังที่สุดก็ได้แค่บทพระรอง

แต่พอผมได้ถ่ายโฆษณาและเดินแบบในงานแฟชั่น คุณเชี่อมั้ยว่าไม่ทันข้ามคืน คนติดต่อเจ๊มาเต็ม จากนั้นผมก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ แถมเล่นละครครั้งแรกก็ได้บทพระเอกเลย กระแสตอบรับของละครเรื่องนั้นดีมาก ดีจนเจ๊แกน้ำตาไหลเลย

ถ้าสงสัยว่าทำไมผู้ชายนิสัยแย่อย่างผมถึงมีคนรักเยอะน่ะเหรอ ก็เพราะผมรักแฟนคลับไงล่ะ ผมไม่เคยปฏิเสธให้รายเซ็นหรือว่าถ่ายรูปกับพวกเขา วันไหนที่ยุ่งมากผมก็จะเปลี่ยนเป็นถ่ายรูปหมู่แทน หรือไม่ก็เอ่ยทักทายและส่งยิ้มด้วยความจริงใจ

อันนี้ผมจริงใจมากนะครับ ผมรักพวกเขามาก แฟนคลับพวกนั้นให้สิ่งที่ผมไม่เคยได้รับจากพ่อกับแม่นั่นก็คือ ‘ความอบอุ่น’ ถึงจะไม่ได้คุยกับพวกเขาอย่างใกล้ชิด แต่ผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของพวกเขา

เวลาผมไม่สบายพวกเขามักจะอวยพรให้ผมหายไวๆ อยู่ตลอด แถมยังหาทางส่งของเยี่ยมมาจนได้ ผิดกับคนเป็นพ่อแม่ ซึ่งไม่เคยมาดูดำดูดีลูกของตัวเอง จะมาเจอทีก็ปีละหนเท่านั้น

ผมเกิดมาเพื่อทำอาชีพนี้โดยเฉพาะ จากนั้นมาจึงพยายามมีความสุขกับมันให้มากที่สุด แล้วผมก็มีความสุขมากจริงๆ สุขจนไม่ต้องการอ้อมกอดจากสองคนนั้นอีกเลย

[End of Poo’s part]

[Lookkwan’s part]

หลังจากหนีนายหื่นได้ ฉันก็ทำเวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการอ่านหนังสือเรียนค่ะ ใช่แล้ว ฉันมันเด็กบ้าเรียน เพราะฉันโตมากับการเรียนนี่คะ

ฉะนั้นถ้าให้เลือกระหว่างความสวยกับเรื่องเรียน ฉันเอาอย่างหลังค่ะ สวยไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก ฉันไม่สามารถทำตัวแรดแบบตรงๆ อย่างชาวบ้านเขาได้ ดังนั้นยอมอยู่แบบนี้ดีกว่า รักษาที่ 1 ของรุ่นต่อไป อิอิ

เวลา 22.55 นาที

ฉันกับคุณดาราในความดูแลกลับมาถึงที่พักแล้วค่ะ วันนี้ฉันเกือบเลือดกำเดาไหล เพราะว่าวันนี้เจอคนหล่อเยอะมาก หล่อวัวตายควายล้มกันทุกคนเลย คิคิ

งานนี้เป็นงานเดินแบบนี้ และเป็นแหล่งรวมผู้ชายหล่อๆ มากมาย โชคดีที่ฉันเป็นประเภทเก็บกด จึงไม่มีใครดูออกว่าฉันน่ะเป็นแรดแนวสตอล์กเกอร์ และตอนนี้ฉันก็กำลังนั่งรอคุณภูบดีอยู่ในห้องแต่งตัว ซึ่งมีหนุ่มๆ อยู่เกือบสิบคน แต่ละคนนี่แซ่บๆ ทั้งนั้น แล้วก็นะ...

“ไปเตรียมน้ำให้ฉันอาบหน่อยสิลูกหมา”

หึ... เขาดับฝันฉันอีกตามเคย

“ค่ะ!” ฉันกระแทกเสียงใส่ ก็อยากมาเปลี่ยนชื่อฉันเองนี่ อะไรกันผู้ชายคนนี้แย่ได้เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ คงจะดีใจอีกสินะที่สามารถยั่วโมโหฉันได้

“ถอดเสื้อผ้าให้หน่อยสิจ๊ะป้าคนสวย”

เจ้าคนขายอ้อยยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ฉัน พลางขยิบตาหนึ่งที่ ทำท่าทางได้หล่อเหลาจนน่าฟัด

“ตลกมากหรือคะ” ฉันพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับเดินหนีอย่างเร็ว

“อุ๊ยๆ ... ป้าจ๋าของฉันเขินเหรอ รีบเดินซะเร็วเลย”

กรี๊ด! ไอ้บ้าภูบดี! ก่อกวนไม่มีที่สิ้นสุด

สองชั่วโมงต่อมา

หลังจากอาบน้ำพร้อมทั้งทานอาหารเย็นเสร็จ ก็ได้เวลาที่จะเข้านอนแล้วล่ะค่ะ ง่วงจังเลยอ่ะ สงสัยใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว พรุ่งนี้คุณภูต้องไปถ่ายละครเรื่อง ‘วิวาห์ไร้รัก’ ฟังจากชื่อแล้วในเรื่องพระเอกนี้ต้องโฉดมากๆ แน่เลย ฮ่าๆ ดีแล้วล่ะ ปกตินายนี่เล่นแต่บทพระเอกแสนดี นานๆ ครั้ง จะเจอเรื่องที่เข้ากับตัวเอง อิอิ

“ยายลูกหมา ยายไส้แห้ง ยายแว่น ออกมานี่”

อะไรยะ

ฉันยังคิดเรื่องของนายไม่จบเลย ท่าทางคุณภูบดีนี่ต้องอายุยื่นมากแน่ๆ

[End of Lokkway’s part]

หลังจากโดนเรียกซ้ำ ผู้ที่ทั้งโกรธทั้งง่วงจึงเดินหน้าบึ้งออกไปหาเจ้านายแสนรัก ซึ่งกำลังนั่งชิลๆ เปิดละครเสียงดังอยู่ตรงมุมโปรดของตน

หญิงสาวที่อยู่ในชุดนอนแบบกระโปรงคล้ายกับเสื้อเชิ้ตทำให้เธอพอมีอก มีเอวขึ้นมาบ้าง แถมท่อนขายังขาวสวย เรียวยาวไร้ที่ติ

ผมยาวสลวยของสาวเจ้าถูกปล่อยให้ยาวเต็มแผ่นหลัง เนื่องจากเจ้าตัวกำลังจะเข้านอน

แว่นตากรอบหนาก็ถูกถอดออก เรียกได้ว่าถ้าภูบดีเห็นสภาพแบบนี้เข้า เจ้าตัวคงเลิกเรียกผู้หญิงคนนี้ด้วยฉายาแปลกๆ แน่นอน

“มีอะไรคะ ฉันง่วงแล้วนะ”

ทำท่าทางเหวี่ยงวีนเสียจนคนตรงหน้าต้องแหงน พร้อมทั้งยังอุทานออกมาทันทีเมื่อเห็นสิ่งสวยงาม แถมยังแอบเย้ายวนนิดๆ ตรงหน้า

“นางฟ้า” เขารำพันเบาๆ พร้อมทั้งยังจ้องเธอไม่หยุด

ผู้หญิงตรงสวยมาก ยิ่งหุ่นของเธอมันสวยบาดใจ จนตัวเขาต้องยับยั้งช่างใจ เพราะผู้หญิงตรงหน้าเป็นผู้จัดการตัวเอง แถมยังเป็นผู้หญิงเวอร์จิ้น เขาจะทำกับเธอเหมือนสาวสวยที่เคยนอนด้วยไม่ได้

“ฮะ...พูดอะไรนะ ไม่ได้ยิน”

ภูบดีเพิ่งจะเข้าใจคำว่า ‘ดูได้ แต่ห้ามแตะต้อง’ ก็วันนี้

อะไรกัน เขาจะรู้สึกเสียดายทำไม ทั้งที่พอมีอารมณ์หื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ออกไปหาคนมานอนด้วยได้

“ขาเธอสวยจัง” เขาเปลี่ยนเรื่องด้วยการยั่วโมโหยายป้า ถือว่าเป็นการหาเรื่องที่แฝงไปด้วยคำชม

“ขอบคุณค่ะ แล้วตกลงเรียกฉันมาทำไมคะ”

การที่ขวัญฤดีหงุดหงิดแบบนั้นมันยิ่งทำให้ภูบดีได้ใจ

“ช่วยเซ็นต์รูปพวกนี้ให้หน่อยดิ เจ้าของโฆษณานาฬิกา เขาจะเอาไปแจกให้ลูกค้า”

ว่าแล้วก็หยิบภาพโปสเตอร์โฆษณาที่เป็นรูปของตนเองโพสท่าหล่อๆ พร้อมกับสวมนาฬิกาไว้ที่ข้อมือ ทำเอาคนที่แอบแรดแบบลับๆ รีบหยิบรูปมาเซ็นต์ให้ทันที

“เธอใช้ครีมอาบน้ำกลิ่นอะไรอ่ะ หอมจัง” เขาถามขึ้นมาตรงๆ โดยไม่คิดว่าคนถูกถามจะรู้สึกอย่างไร

“ขอโทษนะคะ ช่วยระงับอารมณ์หื่นของตัวเองสักนิด”

หญิงสาวไม่ชอบเลยที่เขาแสดงท่าทีหื่นกามแบบเปิดเผยกับเธอ

“ฮ่าๆ ฉันไม่สนเด็กซิงหรอกวางใจได้”

ร่างสูงหัวเราะหน้าระรื่น ทำให้ขวัญฤดีรู้สึกดีขึ้นมาเป็นกอง ที่ตนไม่ใช่สเปคของชายโฉดผู้นี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป